วันนี้ (23 มิ.ย. 2558 ) เวลา 14.00 น. ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีรายงานสถานการณ์และความคืบหน้ามาตรการป้องกันควบคุมการระบาดของโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome ; MERS)

สธ.ย้ำ หากมีพบอาการสงสัย "เมอร์ส" เเจ้งด่วน 1422 จัดส่งรถไปรับถึงบ้าน
โดยทางคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานสถานการณ์และความคืบหน้ามาตรการป้องกันควบคุมการระบาดของโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานว่า ประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ต่อการระบาดของโรคจึงได้ดำเนินมาตรการในการตรวจจับการระบาดของโรคในกลุ่มเสี่ยงเพื่อการควบคุมที่รวดเร็ว เน้นการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล

รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในสถานพยาบาล เพื่อให้การป้องกันควบคุมโรคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการบูรณาการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคเมอร์สในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน

ผลการดำเนินการที่ผ่านมา หลังจากการพบผู้ป่วยโรคเมอร์สรายแรกของประเทศไทยได้มีการดำเนินการ ดังนี้ (1) การสอบสวน และติดตามผู้สัมผัสโรค จำนวนทั้งสิ้น 175 ราย (2) รายงานสถานการณ์โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางผ่านทางเว็บไซต์สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข (3) จัดทีมติดตามเฝ้าระวังอาการผู้สัมผัส (4) แจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หน้ากากป้องกันโรค เอกสารคำแนะนำ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา (5) หากผู้สัมผัสมีอาการสามารถโทรศัพท์แจ้งที่สายด่วน 1422 ได้ทันที ซึ่งหากผู้สัมผัสมีอาการเข้าเกณฑ์ กระทรวงสาธารณสุขจะจัดส่งรถไปรับผู้สัมผัสที่มีอาการที่บ้านเพื่อจะได้ดำเนินการตรวจวินิจฉัยผู้สัมผัสที่มีอาการต่อไป (6) จัดทำข่าวสารประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ มีความรู้เกี่ยวกับตัวโรค และรู้วิธีการแพร่โรคต่อไป

ทั้งนี้ ได้มีการเพิ่มความเข้มแข็งของมาตรการต่าง ๆ ดังนี้

1.มาตรการการประเมินความเสี่ยงและการป้องกัน มีการติดตามสถานการณ์การระบาดในต่างประเทศ และสถานการณ์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวิเคราะห์และทำการประเมินความเสี่ยง

2.มาตรการการเฝ้าระวังและคัดกรอง มีการเฝ้าระวังคัดกรองผู้เดินทางที่ช่องทางเข้าออกประเทศ/การติดตามกลุ่มเสี่ยง

3.มาตรการการวินิจฉัยดูแลรักษา/การส่งต่อ/การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

4.คำแนะนำสำหรับผู้เดินทาง/นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรค

This entry was posted in News. Bookmark the permalink.